2007/Jan/19

 

2006/Dec/12

ก็แหมคนมันรู้สึกดี ขอบคุณกันต่ออีกวันจะเป็นไร

เจ๊ชมยินดีด้วยครับที่ได้ลูกสาวมาซบอกแล้ว สำหรับเจ๊ เจ๊เก่งอยู่แล้วแต่ช่วยเพลาวาจาเฉือดเฉือนหัวใจใครบางคนด้วยนะครับ รับรองมีคนรักเจ๊เพิ่มอีกจนต้องยืมนิ้วพี่ณรงค์มาช่วยนับ ขอบคุณครับสำหรับการเป็นสปอนเซอร์อย่างเป็นทางการ

ป้าจี๊ด ป้องว่าป้าจี๊ดนะจริงใจดีแต่ก็ระวังการเข้าหาใครต่อใครด้วยนะครับเพราะบางทีป้าก็เข้าผิดทางอยู่บ่อย ๆ บางเรื่องที่ได้ยินมาก็ปล่อยให้มันไหลผ่านหูไปบ้างก็ได้ครับ

ปอ แกทำงานเหมือนเด็กฝึกงานเลยว่ะ หมายความว่ามีความกระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลารักษาอารมณ์แบบนี้ไว้ชั่วกัปชั่วกัลป์นะโว้ยแม่งดีโคตรฃ

หนึ่ง สมน้ำหน้าตอนฝึกงานนะอยากเป็นนักไอ้พนักงานบริษัทเนี่ย โดยเฉพาะการถูกโขกสับ ชอบนักหรือไงเป็นซาดิสต์หรือ ได้ทำแล้วหายอยากเลยซิแก เจริญ ๆ นะโว้ย

น้องอ้อม ชั้นโคตรชอบเลยว่ะ ไอ้พวก นศ. ที่หางานพิเศษทำ แกเก่งกว่าชั้นตอนเรียนอีก น้ำใจก็งาม ข้าวหลามก็อร่อย รักปอไม่ต้องเยอะนะ รักน้อยๆ ค่อย ๆ รัก

ป้าศรี นักบัญชีที่เหมือนแม่บ้าน เราไม่ค่อยได้ปฏิสนธิ เอ้ยปฏิสัมพันกันเท่าไหร่ อย่าซีเรียสให้มากนะป้า เป็นห่วงเด๋วสิวที่หมูกจะระเบิด

ไอ้สาดเอ้าท์ เหลี่ยมจัด นี่มึงเอาเวลาเล่นแคมกบ หาข้อมูลในเว็ปต์ทำไรประเทือง ๆ หน่อยนะโว้ย เลข 2 นะมันอยู่กะแกไม่นานหรอกเด๋วก็เลข 3 เป็นห่วง

กบ จำได้ม่ะ วันที่พวกเราไปนั่งกินข้าวร้านมดแดงที่เราหวังจะฟันงานเฌอเอมแล้วเราก็ฟันแม่งได้แล้วทิ้งแม่ง โคตรชอบบรรยากาศการทำงานแบบนั้นเลย ไว้ทำงานร่วมกันอีกนะโว้ย

โกแอปและบอล ยอมรับเลยไม่ค่อยหนิดแต่แก2คนจริงใจดีชอบว่ะ ไว้เจอกัน

แอ๊ะ หน้าตาเราแม่งคล้ายกันว่ะ ซวยฉิบเราสนิทกันอีท่าไหนว่ะ ท่า69หรือท่าไหนถ้าแกอ่านตอบทีเด๊ะ

มาศ คำนี้ของเธอมันฝังอยู่ในหัวเรามาตลอด "เราเริ่มจะสนิทกันก็ต้องจากกันแล้ว ทำไมเราไม่สนิทกันให้เร็วกว่านี้" สงสัยเราเก๊กมากไปว่ะ เอานะเราสนิทกันอยู่แล้ว

หมอนิล คงมีคนบอกนายเยอะว่า ไอ้หมออย่างแกเนี่ยะแม่งเป็นพวก 1 ใน... แอบอิจฉาที่แกสามารถ ctrl ชีวิตแกได้ขอให้ ctrl ได้ตลอดนะโว้ย

ตั้ม ตอนที่อ่านการ์ดชั้น สะดุดคำว่า "ลาก่อน" มันทำให้ชั้นนึกว่า เฮ้ยกูต้องจากเพื่อนที่ดี ๆ ไปแล้วหรือว่ะ รวมทั้งแกด้วย ขอบคุณ

ผึ้ง ยิม ชายหรือน้องพอใจ night angle view รีน่าและคนที่เรารู้จักที่โคจรอยู่รอบๆ ตัวเราทำให้ชีวิตในภูเก็ตไม่แห้งแล้งจนเกินไป

2006/Dec/11

29 พฤศจิกายน 2549 เกือบเที่ยงคืน ก่อนคืนสุดท้ายที่ภูเก็ตของเราเมืองที่มีคนบอกว่า"ภูเก็ตเป็นเมืองแห่งโอกาสเพราะทุกสรรพสิ่งพร้อมสรรพเหมือนห้างไดมารูสมัยตอนคุณตายังฟิตเปรี๊ยะ" แต่วันนี้พอก่อนเราอยากทำอะไรเองบ้างมากกว่าเป็นลูกจ้างอยู่อย่างนี้ คืนนั้นเรายินดีอย่างยิ่งยวดเพราะเพื่อนๆ มารวมตัวกันอย่างที่ได้นัดหมายกันไว้ ไม่แบ่งค่าย...ตอนเรามาภูเก็ตเรารู้จักไอ้นกแค่คนเดียว แต่ในวันนี้เรารู้จักคนเยอะมากขึ้นไม่ใช่แค่ปริมาณแต่ทุกคนมีคุณภาพในการเป็นมิตรเหนียวแน่นยิ่งกว่าปูนชนิดไหนในโลก แม้บางคนจะได้คุยกันไม่กี่คำตอนเจอแม้แต่เจ้าของหอยังไปกินข้าวกับเราเลย รอบกายดีขนาดนี้ชักอยากมีงานสังสรรค์แบบนี้บ่อย ๆ ซะแล้ว

นกแกเป็นคนแรกที่เราต้องเขียนถึงเพราะถ้าไม่มีแกชั้นคงไม่ได้มาทำงานที่ภูเก็ต แกทำให้ชั้นหายใจไม่ทั่วปอดไม่ใช่เพราะแกแย่งอากาศชั้นหายใจหรอก คงเป็นเพราะเราสนิทกัน ทะเลาะกัน เด๋วก็คืนดีกัน คุยกันได้ทุกข์เรื่อง เฮ้ยกูนะไม่ได้ไปไหนแค่ย้ายที่กินข้าว ยังใช้เบอร์เดิมคุยกันได้เมื่อใครก็ได้ต้องการ

พี่ณรงค์ อดูด (มันเป็น past simple tents ของอดีต) โทษทีนะพี่ถ้าไม่ค่อยจะมีสัมมาคาราวะสักเท่าไหร่ แต่ก็ยอมรับนะพี่แม่งเก่ง สอนไปกวนตรีนไป จะหาเจ้านายแบบนี้ได้จากไหนอีกว่ะ อยากเก่งเหมือนพี่ว่ะ ยกเว้นเรื่องการบริหารงานแบบ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

พี่แมน ก็อย่างที่พี่แมนพูด ผมไปก็เท่านั้น "แล้วใครจะถ่ายรูปให้ชั้น" ผมไม่ได้งอนนะพี่ ก็เรื่องราวในการสนทนา ความสนิทชิดใกล้แม้พี่จะเป็นคนข้างล่าง แล้วผมเป็นคนข้างบนก็ตามที เราไม่ค่อยได้ปฎิสัมพันธ์กันเท่าไหร่ ขอบคุณสำหรับความเอื้ออาทรที่มีให้กัน